ตามนโยบายของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้พันตำรวจตรี เกรียงไกร สัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองคดีพิเศษภาค สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ เขตพื้นที่ 5 (เชียงใหม่) ร่วมบูรณาการกำลังกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย
กำลังปฏิบัติการประกอบด้วยกองกำลังผาเมือง กองร้อยทหารพรานที่ 3105 ฉก.ทพ.31 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 326 ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังผาเมือง ชุดปฏิบัติการข่าว ฉก.ทพ.31 และคณะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง เพื่อสืบสวน ติดตาม และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงจัดกำลังเฝ้าตรวจและติดตามเส้นทางต้องสงสัย กระทั่งสามารถสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยในพื้นที่ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
จากการตรวจสอบพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในรถกระบะที่ใช้ในการลำเลียง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เทิง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ โดยของกลางที่ตรวจยึดได้ในจุดแรก ประกอบด้วยสารเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือไอซ์ จำนวน 20 กระสอบ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 หรือเคตามีน จำนวน 19 กระสอบ
ต่อมาในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของกลุ่มผู้กระทำความผิดจากกรณีดังกล่าว จนพบจุดต้องสงสัยบริเวณบ้านร่มโพธิ์ทอง ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และสามารถตรวจยึดสารเสพติดที่ถูกซุกซ่อนอยู่บริเวณพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเป็นยาเสพติดที่ถูกนำมาพักคอยเพื่อรอลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน โดยพบยาบ้าจำนวน 5 กระสอบ รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด
DSI ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีที่มุ่งเน้นการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งรัดการทำงานเชิงรุก ทั้งการสืบสวน ขยายผล ติดตาม และจับกุม เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
บริบทเพิ่มเติม
พื้นที่ชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อจังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในแนวเฝ้าระวังสำคัญของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ การบูรณาการข้อมูลข่าวกรองกับกำลังภาคสนามจึงเป็นหัวใจสำคัญของการสกัดกั้นก่อนของกลางกระจายต่อไปยังเครือข่ายปลายทาง
คดีลักษณะนี้ยังต้องติดตามการตรวจพิสูจน์ของกลาง รายละเอียดผู้เกี่ยวข้อง และผลการขยายผลของพนักงานสอบสวน โดยผู้ต้องสงสัยทุกคนยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
วิเคราะห์ผลกระทบ
การตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ในครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่ของกลางจะถูกกระจายเข้าสู่ชุมชนและพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยเฉพาะยาบ้าจำนวนประมาณ 1,000,000 เม็ดที่พบซุกซ่อนในพงหญ้าข้างทาง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือการขยายผลไปถึงเครือข่ายสั่งการ ผู้สนับสนุนเส้นทาง และกลุ่มรับช่วงลำเลียง เพื่อไม่ให้เกิดการปรับเส้นทางและกลับมาดำเนินการซ้ำ
สรุปประเด็นสำคัญ
- DSI ร่วมหน่วยงานความมั่นคงตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ อ.เทิง จ.เชียงราย
- จุดแรกสกัดจับรถกระบะต้องสงสัย พบไอซ์ 20 กระสอบ และเคตามีน 19 กระสอบ
- เจ้าหน้าที่ขยายผลพบยาบ้า 5 กระสอบ รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด ซุกซ่อนในพงหญ้าข้างทาง
- ผู้ต้องสงสัยและของกลางถูกส่งพนักงานสอบสวน สภ.เทิง เพื่อดำเนินคดีและขยายผล
- DSI ระบุเดินหน้าทำงานเชิงรุกตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล
สิ่งที่ต้องติดตาม
ต้องติดตามผลการสอบสวนของ สภ.เทิง การตรวจพิสูจน์ของกลางอย่างเป็นทางการ และการขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดล็อตนี้