TNN เศรษฐกิจรายงานมุมมองตลาดทองคำว่า แนวโน้มระยะกลางยังเป็นขาลงหรือ Sideway Down หลังราคาหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาช่วยหนุนการฟื้นตัวอย่างแข็งแรง
ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า อีกด้านหนึ่ง นักลงทุนบางส่วนอาจโยกเงินไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนกว่า
ในเชิงเทคนิค รายงานระบุให้จับตาแนวรับระยะยาวของ Gold Spot บริเวณ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศมีกรอบที่ถูกกล่าวถึงใกล้ 66,000 บาท โดยยังต้องติดตามค่าเงินบาทและความผันผวนของตลาดโลกประกอบ
ระยะสั้นราคาทองคำอาจมีแรงรีบาวด์สลับขึ้นได้จากข่าวภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สถานการณ์สงครามหรือการเจรจาหยุดยิง แต่หากไม่มีแรงหนุนต่อเนื่อง ภาพรวมยังมีความเสี่ยงซึมลง
บริบทเพิ่มเติม
ราคาทองไทยไม่ได้เคลื่อนไหวตาม Gold Spot เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับค่าเงินบาท ค่าพรีเมียมในประเทศ และแรงซื้อขายในตลาดจริง ดังนั้นตัวเลขแนวรับที่ถูกกล่าวถึงควรถูกใช้เป็นกรอบติดตาม ไม่ใช่ระดับราคาตายตัว
วิเคราะห์ผลกระทบ
สำหรับผู้ถือทอง การประเมินแนวรับช่วยวางแผนรับมือความผันผวน แต่ควรติดตามข้อมูลล่าสุดก่อนตัดสินใจซื้อขาย เพราะข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่าเงิน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์สามารถเปลี่ยนทิศทางราคาทองได้เร็ว
สำหรับผู้ที่รอซื้อทอง หากราคาย่อลงใกล้แนวรับ อาจเป็นจังหวะประเมินต้นทุนใหม่ แต่ไม่ควรไล่ราคาหรือใช้เงินเกินแผน เนื่องจากทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนตามตลาดโลก
สรุปประเด็นสำคัญ
- TNN ประเมินราคาทองระยะกลางยังเสี่ยง Sideway Down
- Gold Spot หลุดแนวรับสำคัญ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- แนวรับที่ถูกจับตาอยู่บริเวณ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ราคาทองไทยถูกกล่าวถึงแถว 66,000 บาท แต่ต้องดูค่าเงินบาทประกอบ
- ปัจจัยสำคัญคือเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ยเฟด และข่าวภูมิรัฐศาสตร์
สิ่งที่ต้องติดตาม
ติดตามข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทิศทางเฟด ค่าเงินบาท ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ราคาทองรีบาวด์หรืออ่อนตัวต่อได้